พ.ศ. 2575 กลางป่าลึก ทางภาคเหนือของประเทศไทย...

 

ผมยืนอยู่บนซากเมืองๆหนึ่งที่ผมเพิ่งค้นพบกับคณะสำรวจของผม ผมยังไม่ได้ตั้งชื่อให้มันแต่อย่างใด

 

ผมลูบหนวดของผมพร้อมกับมองไปข้างหน้า ...มีห้องประหลาดอยู่ตรงหน้าผม ผมสันนิษฐานว่าจะต้องมีอะไรอยู่ในนั้น

 

ลูกหาบคนหนึ่งอาสาจะไปกับผม ผมไม่ปฏิเสธ...แต่ผมให้มันเดินนำหน้าผม ถ้าเกิดอะไรขึ้น "มันตายก่อน"

 

ผมกระชับลูกซองคู่ใจ และแสกผมอย่างที่เคยทำ ก่อนจะใส่หมวกปกปิดหัวล้าน...

 

เดินเข้าไปในห้องลึกลับนั่น ไอ้ลูกหาบของผมมันบอกว่า "ทอง...ทองทั้งนั้นเลย"

 

ผมมองรอบๆตัว คิดในใจ ทองเหี้ยอะไำร...กระดูกคนทั้งนั้น

 

กลิ่นสาบๆลอยมาเตะจมูกผม...กลิ่นเหี้ยอะไรไม่รู้ น่าเบื่อชิบหาย โบราณสถานก็เงี้ย กลิ่นมันอับๆชื้นๆ หายใจไม่ออก

 

ผมได้ยินเสียงดังฉับ!!!  ผมก้มหลบตามสัญชาตญาณ เห็นหัวไอ้ลูกหาบคนนั้นกลิ้งผ่านปลายเท้าผมไป

 

แต่ก็ไม่ยี่หระ...ผมจุดไฟขึ้นมา แล้วเอาลูกซองซัดไปสองดอก ได้ยินเสียงดังโอ๊ย แล้วก็ตามด้วยเสียงล้มคว่ำ...

 

"ชิบหายแล้ว" ผมสบถออกมา ...พร้อมกับชักดาบยาว ไล่ฟันสิ่งที่อยู่ข้างหน้า

 

พระเจ้าช่วย!! มันคือคน...คนที่เฝ้าโบราณสถานแห่งนี้มากว่าพันปี ผมฆ่ามันตายเรียบ!!!

 

แต่ความสำเร็จก็อยู่ตรงหน้าผม ...นั่นไง หีบสมบัติกองพะเนินเทินทึก...และมันเป็นของจริง

 

ผมเดินเข้าไปอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง...แต่ผมประมาท เสือกไปเหยียบเอากลไกห่าอะไรไม่รู้ที่พวกมันวางไว้

 

เหมือนในหนังเปี๊ยบบบ ...ห้องนั้นถล่ม ...ผมวิ่งกลับออกมาพร้อมกับหีบหนึ่งใบและรอดเสียด้วย

 

พอออกมา...ปรากฎว่าคณะสำรวจของผม ตายห่ากันหมด...พอมองไปรอบๆ ไอ้พวกเฝ้าสุสานนั่นแหละฆ่าเพื่อนผม

 

ผมไม่รอช้าโทรเรียกเพื่อนผมมารับด่วน...เพื่อนผมเป็นคณบดี ชื่อกิตติคุณ จันทร์แย้ม

 

โทรไปหลบไป สักพัก มันก็มา...ขับเฮลิคอปเตอร์มาด้วย

 

ผมรอดตาย และได้กลับไปยังมหาวิทยาลัย.........

 

...................................................................................................

 

ผมเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่คณะโบราณคดี ห้องทำงานผมอยู่ใกล้ๆห้องคณบดี

 

ป้ายโชว์หราเลยว่า รศ.ดร. ปริวรรษ เจียมจิตต์..........ข้างๆห้องผมคือไอ้โก้ ศ.ดร. กิตติคุณ จันทร์แย้ม (คณบดี)

 

ผมกลับมานั่งเอนหลังสบายใจที่โต๊ะทำงาน...สักพักไอ้โก้วิ่งมาบอกผม..."โม มึงโดนกระทรวงเล่นแล้วว่ะ"

 

"เล่นไรวะ เล่นว่าวเหรอ" ผมถาม

 

"ไม่ มึงโดนสั่งสอบสวนพิเศษ" โก้บอก

 

"สอบเหี้ยอะไรนักหนา ปีนึงกูโดนสอบตลอด" ผมเริ่มเซ็ง ชีวิตกู อะไรกันนักหนา

 

"มึงโดนไล่ออกว่ะ ...มึงไปไหน โบราณสถานชิบหายตลอดดดด" มันลากเสียงยาวๆทำให้ผมนึกถึงพี่ว๊ากตอนรับน้อง

 

"ช่างแม่ง ไล่ออกก็เรื่องของมัน กูไม่ได้ไปฆ่าพ่อมันซะหน่อย...มึงก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกะกูนี่" ผมบอกโก้

 

"ไม่..." โก้ดูเปลี่ยนไป "กูลาออกแล้ว" มันหยิบใบลาออกให้ผมดู...ผมช็อก คิดไม่ถึงว่าเรื่องมันจะขนาดนี้

 

......... ผมเก็บข้าวของออกจากห้องทำงาน ขับรถจี๊ป ปี 68 หลังคาผ้าใบกลับบ้านทันที ..มาถึงบ้านด้วยอารมณ์สลดหดหู่ เห็นมีจดหมายเสียบอยู่หน้าประตูรั้ว ...ที่อยู่ผู้ส่ง มาจากเขมร ...ใครวะ???

 

พอเปิดออกดูแค่นั้น แหละ...ใจความในจดหมายบอกว่า เพื่อนคุณถูกจับตัวไป อยากรู้ว่าใคร อะไร ที่ไหน ยังไง ให้โทรกลับมายังเบอร์นี้ด่วน...

 

ผมก็โทรไป...ยิ่งช็อกหนัก ไอ้เบสท์ ผีเขมรของกู โดนจับตัว ...ให้รีบไปรับภายใน 7 วัน ที่พนมรุ้ง!!!

 

ผมแพ็คกระเป๋า เตรียมสรรพาวุธต่างๆเต็มอัตราศึก แล้วบึ่งรถไปลพบุรีทันที....

 

.............................................................................................

 

ที่พิพิธภัณฑ์ ลพบุรี...

 

ผม ลงจากจี๊ปคู่ใจของผม เดินเข้าไปที่ประตูพิพิธภัณฑ์ ยามเข้ามาขวาง ผมขอพบกับผอ. พิพิธภัณฑ์ ยามแม่งไม่ให้ ผมเลยเตะแม่งกลิ้งไป และพังประตูเข้าไปอย่างง่ายดาย...

 

ชายร่างใหญ่ ผมยาว คนหนึ่งยืนอยู่ พร้อมกับส่องไรเฟิลมาทางผม ...

 

ผมตะโกนใส่มันดังๆ "ไอ้หมู นี่กูเอง!!!"

 

ไอ้บึกนั่นลดปืนลง..."อ้าว นึกว่าใคร ไอ้เชี่ยโมนี่เอง...กูรู้ข่าวมึงละ ว่าแต่มาหากูมีเรื่องอะไร"

 

"ไอ้เบสท์โดนใครไม่รู้จับตัวไป เราต้องไปช่วยมัน"...ผมบอก

 

แล้วเราก็คุยอะไรกันไม่นานนัก ...ผมก็รับหมูอ้วนขึ้นรถแล้วรีบบึ่งกลับไปที่มหาวิทยาลัย

 

..........................................................................................................................

 

 

ที่ มหาวิทยาลัย...ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว มากันหมด อ.แตงโม คณบดีโก้ เฮียตง(กำนัน) โพกหัวมาเหมือนเดิม แต่งตัวยังกะแรมโบ้ ถือขวาน เหน็บสายกระสุน มีระเบิดรอบตัว นึกถึงตอนมันระเบิดพร้อมกัน กูว่า พระเจ้าก็ตายได้วะ...แซนน์ ก็มา มันตั้ง"พิพิธภัณฑสถานแห่้งชาติ วัดดอน" ตั้งทำไม...ผมเคยไปมาครั้งหนึ่ง ผีดุชิบหาย...พี่หมายก็มา..เป็นผอ.อยู่ตราด ไอ้หมูอ้วนลงมาอีกคน เป็น 6 คน ครบพอดี เพื่อจะไปช่วยเบสท์

 

ทุกคนไม่พูดเหี้ยอะไรกันเลย ผมเปลี่ยนไปเป็นระวังหน้ารถ กำนันระวังหลังรถ ไอ้แซนน์ขับ...แทบไม่มีบท ไอ้แซนน์ขับรถอย่างเดียว

 

ไปถึงพนมรุ้ง...ดูเงียบเหงา เพราะไม่มีผอ.เขต แต่ผมมองขึ้นไปบนยอดเขา...ผมเห็นไม้กางเขนอยู่อันหนึ่ง เบ้อเริ่มเลย เอามาปักทำไม

 

ทุกคนไม่รอช้า วิ่งขึ้นเขากันอย่างบ้าคลั่ง อาวุธครบมือ ระหว่างทาง ผมสังเกตเห้นตัวอะไรไม่รู้ เล็กๆ วิ่งสวนพวกเราไป

 

สักพัก พี่หมายสะดุดล้มลง พร้อมกับมีหอกพุ่งมา...ไอ้กำนันไวกว่า กระโดดคว้าไว้ทัน

 

ผมประจักษ์แก่สายตาแล้วว่า "คนรูมีจริง" แม่งมาเป็นฝูงเลย

 

ฝูง คนรูวิ่งกรูกันเข้ามาจากทุกทิศทาง...ผมเราหันหลังชนกัน ก่อนจะสาดกระสุนออกไปไม่มียั้ง มีเพียงผมคนเดียวที่ไม่ใช้ปืน เพราะกลัวกระสุนหมด เลยเอาดาบไล่ฟันมันอย่างสะใจ..."กูได้เห็นคนรูแล้ว ไปตายห่าซะ"

 

พวกมันก็มากันอย่างไม่หยุดยั้ง ทำยังกะซอมบี้...สักพักได้ยินเสียงตุ๊ดๆคุ้นๆดังมา..."พวกมึงมาช่วยเพื่อนมึงแล้วเหรอ"

 

ผมหันกลับไป...ขณะที่ทุกคนยังหวดใส่คนรูกันอย่างเมามันส์...เย็ดเหี้ย!!!  นั่นมัน"พี่มืด"

 

ทุกคนตกตะลึง...ไอ้เหี้ยพี่มืดหันมา แม่งแต่งตัวยังกะจะรำลิเก...มันบอกว่า มันจะปลุกชีพยโศวรมัน

 

"กูรอวันนี้มาเป็นพันปีแล้ว...วันที่พวกมึงจะต้องสังเวยให้กับนายกู ยโศวรมัน ผู้พิชิตอาณาจักรจาม 555+ " มันพล่ามอะไรของมันไปเรื่อย

 

กำนันหันมา...บอกทุกคนด้วยเสียงเฉียบขาด ..."ไม่รู้นะ แต่กูคิดวิธีออกแล้ว พวกมึงหลบไปพ้นๆก่อน เดี๋ยวกูจัดการคนรูเอง"

 

โก้ งงตึ๊บ อะไรของมัน แต่ก็พาทุกคนหนีไป มีไอ้หมูอยู่กับกำนัน...กำนันแม่งเอาระเบิดมาพันตัว แล้ววิ่งบุกเข้าไปในฝูงคนรู

 

"ยิงกู ๆๆๆ" มันสั่งไอ้หมู ไอ้หมูไม่มีทางเลือก ยิงใส่กำนันนัดนึง ...ระเบิดตูม!!!  ไอ้หมูร้องไห้เหมือนเด็ก มันฆ่าเพื่อนมัน...

 

" 555+ พวกมึงจะได้เซ่นสังเวยแก่นายกู " เชี่ยมืดยังไม่หยุดพล่าม

 

พี่หมายคงหมั่นไส้แล้วแหละ เอาอาร์พีจีสอยแม่งทีนึง...มันไม่ทันระวังตัว กลิ้งตกลงมาจากปราสาท

 

โก้บังเอิญเห็นว่า บนไม้กางเขนนั้น...มีร่างของเบสท์ห้อยต่องแต่งอยู่ ..

 

โก้รีบวิ่งไต่ขึ้นไปบนปราสาทแล้วแก้มัดเบสท์ออกมา...แต่ระหว่างทาง ไอ้เชี่ยมืดก็สั่งฝูงค้างคาวผีออกมาเล่นงาน

 

ผมกับหมูอ้วนจะเข้าไปช่วยแก้ แต่ก็โดนพวก มกร ยักษ์ นาค อะไรออกมาขวางทาง

 

ผมกับหมูอ้วนระดมยิงไอ้สัตว์หินพวกนั้นอย่างเมามันส์ ยิงไปแหกปากไป สะใจโคตรๆ

 

พี่หมายวิ่งเข้าไปในตัวปราสาทกับแซนน์ พร้อมกับลงมือขุดหาอะไรสักอย่างอย่างลนลาน

 

ไอ้เชี่ยพี่มืดก็ยังไม่หยุดพล่าม...ยิ่งมันพล่าม ก็ยิ่งมีสัตว์ประหลาดอะไรโผล่ออกมาเรื่อยๆ

 

ผมเองก็เริ่มหมั่นไส้แล้ว...เลยเอาสไนเปอร์สอยมันลงมาอีกรอบ...ผมยิงพลาดไปโดนปากมันแหว่ง...แต่ไม่ตาย มันร่วงตกลงมา ตุบ!!!

 

ผมเดินไปอย่างสะใจที่ได้สอยมันลงมา ...ไม่รอช้า ผมกระทืบแม่งอ่วมคาตีน...แต่มันก็ยังมีแรงร่ายเวทย์ แล้วขว้างมีดไปยังไอ้เบสท์..

 

มีดแหวกอากาศไปอย่างแรง พุ่งปักเข้าที่หัวใจเบสท์ทันที...โก้ งงอีกแล้ว...กูเพิ่งแก้มัดเสร็จ

 

แต่แทนที่เบสท์จะตาย...มันดันตื่นขึ้นมา ถามว่า"ใครปลุกกูวะ"...ไม่ทันสังเกต เลือดจากหัวใจมันหยดลงบนพื้นปราสาท

 

ไอ้หมู...สังเกตเห็นที่พื้น  มีโลงหินผุดขึ้นมา มันยืนตะลึง..."โลงพระศพ ยโศวรมัน ผู้พิชิตจาม" ...มันอุทานออกมาอย่างอึ้ง ทึ่ง เสียว

 

ผมไม่รอช้าลากร่างงอมๆของพี่มืดเหวี่ยงตกเขาไป...แต่ไม่ทันได้ตก...เขาพนมรุ้งทั้งเขา เกิดแผ่นดินไหว

 

แล้ว...ปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทมาเป็นพันๆปีก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง...ฝูงมกรก็ออกมาอาละวาด

 

ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย.....โก้เดินไปเปิดโลงพระศพออก ข้างในยังสดๆอยู่เลย เหมือนเพิ่งตาย...

 

เลือดไอ้เบสท์ไหลมาตามทาง...ก่อนจะไหลเข้าไปรวมในโลงพระศพ...ยโศวรมันลืมตาขึ้นช้าๆ ไอ้โก้ งงอีกแล้ว!!!

 

ยโศวรมันลุกขึ้นมาจากโลง แล้วเหวี่ยงโก้ไปอีกทาง ก่อนจะหัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง "ในที่สุด กูก็คืนชีพ 555+"

 

"พวกมึงเป็นใครกัน กล้าบุกอาณาจักรกู"...ผมไม่ตอบ เอา M203 สาดมันไม่ยั้ง...เดินเข้าไปบวกกันมันเลย...

 

พี่หมายกับแซนน์วิ่งออกมาจากปราสาท บอกว่ากูเจอแล้ว..."จารึกโบราณ กับหนังสือใบลาน...อ้อ ดาบสำริดโบราณด้วย"

 

ผม ไม่รอช้า วิ่งเอาดาบก่อนเลย...ไอ้หมูก็ไปนั่งอ่านจารึก...แปลได้ความว่า ต้องอ่านคาถาจากใบลานนั้น แล้วเอาดาบฟันหัวยโศวรมันให้ขาดในดาบเดียว...มันถึงจะตายไปตลอดกาล"

 

พี่ หมายก็ถือใบลานอยู่นั่นแหละ ตะกุกตะกัก...ผมก็ล่อมันไปอีกทาง ค้างคาวผีกับมกรโผล่มาทางไหน ผมก็สอยมันด้วย M203 ไอ้หมูเข้าไปพยาบาลเบสท์อย่างเร็วไว...ผมก็ต้านพวกมันแทบจะไม่ไหวแล้ว

 

ผมถามพี่หมาย "มึงถือไว้ทำเหี้ยอะไร ทำไมไม่อ่าน"

 

พี่หมายบอกว่า "กูอ่านไม่ออก"

 

ไอ้แซนน์ก็ไม่มีบท วิ่งไปวิ่งมา...สักพักโก้ก็พยุงเบสท์เข้ามา พร้อมกับอ่านคาถาใบลานนั้น สมเป็นคณบดีจริงๆ

 

ได้ ผล...แผ่นดินสงบ แผ่นดินไม่ไหวแล้ว แต่ภูเขาไฟยังปะทุอยู่...ไอ้เบสท์ร่ายเวทย์ขึ้นมาเป็นเกราะกำบังให้ทุกคน แต่เพราะร่างกายยังไม่แข็งแรง ทำให้พลังเวทย์อ่อนมาก...พวกคนรูเริ่มกลับมาอีกแล้ว...

 

ผมนึกอะไรได้ไม่รู้...ให้ไอ้หมูกับพี่หมาย ยิงล่อพวกส้นตีนนี่ไปอีกทางนึง...ส่วนผมบวกกับยโศวรมันตัวต่อตัว...

 

"กูจะต้องครองโลก พิชิตจามได้ กูต้องพิชิตทั้งโลกได้" มันบอก

 

"มึงคิดว่ามึงเก่ง มึงเจ๋งสุดแล้วดิไอ้สัตว์"...ผมแอบเอาระเบิดลูกนึงยัดตูดมันแล้วถอยออกมา

 

"มดตัวเดียวอย่างพวกมึง กูบี้ก็ตายแล้ว" มันบอกผม แล้วแกว่งดาบเข้าหา...

 

ผมวิ่งไปทางปล่องภูเขาไฟ "แน่จริงมึงทิ้งดาบ สู้กันอย่างลูกผู้ชายดีกว่า หรือมึงเป็นอูฐ"

 

ได้ผล มันทิ้งดาบ...แต่ผมวางไว้ใกล้ๆมือหน่อย ผมฉลาดกว่ามัน...แต่ผมก็สู้แรงมันไม่ได้ โดนอัดไปน่วม

 

แน่นอน...ตอนนี้มันฉลาดกว่าผมแล้ว มันเอา M203 มาจ่อผมใกล้ๆ "กูชนะมึงแล้ว ไอ้กาก" มันตะโกนใส่หน้าผม ปากเหม็นเหี้ยๆ

 

ผมหยิบดาบสำริดนั่นตัดขามัน...มันล้มโครม ได้ผลอีก มันใช้ M203 ไม่เป็น "ไอ้ควาย แล้วเสือกหยิบมาขู่กู"

 

"มึงยโศมากใช่มั้ย ยโศใช่มั้ย" ผมเดินกระหยิ่มยิ้มย่อง กดสวิทซ์ระเบิด ตูม!!! หัวไปทาง แขน ขาไปอีกทาง ...

 

ผมนึกว่ามันตายแล้ว...มันยังไม่ตาย เพราะ ในจารึกบอกว่าให้ตัดหัว!!!

 

ร่างมันกลับมาประกอบกันอีกครั้ง คราวนี้มันรวมร่างกับมกร แล้วก็ ค้างคาวผี ก่อนจะเรียกสิงห์ ที่เฝ้าหน้าปราสาทออกมาขี่...

 

โก้กับเบสท์ไวกว่า อ่านคาถานั่นอีกรอบ...

 

พี่หมายกับหมูอ้วนไล่สาดพวกคนรูด้วยความเหนื่อยล้า ส่วนไอ้แซนน์นั่งเฉยๆไม่มีบท ไม่มีแผลอะไรเลย โคตรเทพ...

 

คราวนี้ ยโศวรมันมาแบบเต็มยศ...แม่งกลายเป็นร่างสุดยอด ผมทรุดลง คุกเข่า ยอมรับชะตากรรม มันได้ครองโลกแน่...

 

ยโศวรมัน ติดปีกแล้ว แต่ยังขี่สิงห์วิ่งเข้ามาหาผม...ผมหยิบดาบขึ้นมา ชูเข้าหามัน...แหกปากร้องเสียงหลง "ไอ้เหี้ยยยยยยยย!!!"

 

โชคยังดี...เบสท์แม่งหยิบสไนเปอร์สอยหัวสิงห์ขาดกระเด็น...ผมได้จังหวะ กระโดดฟันหัวยโศวรมันขาดจากคอ!!!

 

"เย่!!!!!!!" ทุกคนโห่ร้องด้วยความดีใจ...ไอ้แซนน์มีบทแล้ว

 

ผมจับร่างของยโศวรมันเหวี่ยงลงไปในปล่องภูเขาไฟ...ไม่ให้มันได้เกิดอีกชั่วนิรันดร์!!!

 

ผมเดินกลับมาหาเพื่อนๆ...อย่างฮีโร่ ปราบมัมมี่ ยโศวรมันได้   แต่ทันใดนั้นผมก็ล้มลงด้วยความเหนื่อย....เฮือกกกกกก!!!

 

......................................................................................................................

 

ในความมืด...ผมลืมตาขึ้นช้าๆ  ไอ้เย็ดเหี้ย!!! กูฝัน....

อัจฉริยะแห่งวัดดอน

posted on 28 Apr 2011 11:37 by rockerstar555
                    ช่วงเวลาปิดเทอมฤดูร้อน คงจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกๆคนรอคอย 3 เดือนที่หยุดเรียน และรอคอยเพื่อจะได้เลื่อนชั้นเรียนไปในระดับที่สูงกว่า มันน่าตื่นเต้นนะครับ ...
 
                    แน่นอนครับ ตอนขึ้นปี 1 ...ผมได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่มากมาย  แต่พอถึงเวลาเปิดเทอม คนเหล่านั้นก็แยกย้ายกันไปมีกลุ่มของตัวเอง ไม่ได้มาเกาะกลุ่มกันเหมือนตอนก่อนเปิดเทอม ...ก็เหมือนกับผู้อพยบพลัดถิ่นนั่นแหละครับ ถ้าเจอพวกเดียวกัน ก็ต้องรวมตัวกันไว้ก่อน รวมกันเราอยู่ จริงมั้ยครับ
 
                    และตอนนั้น ผมก็ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ 2 คน นั่นคือ แซนน์ กับ เบสท์
 
                    แซนน์ จอมอัจฉริยะ  ชื่อของเขามาจากแม่น้ำแซนน์ ในประเทศฝรั่งเศส เขาเป็นคนกรุงเทพ บ้านอยู่แถวๆวัดดอน แต่ญาติๆเขามาจากเบตง แซนน์มีเชื้อสายจีน หลายคนสงสัยว่า ทำไมเขาถึงได้ชื่อนี้ ...แต่ก็ไม่ค่อยมีใครกล้าถาม  ตอนที่คุยกันผ่าน msn ผมนึกอย่างไรก็ไม่รู้ ถามเขาไปตรงๆ
 
          " ทำไมนายถึงชื่อแซนน์วะ สะกดแปลกๆ พิมพ์ยากว่ะ " ผมถามด้วยความสงสัย
 
          " ตอนพ่อแม่แต่งงาน ไปฮันนีมูนมา เราเลยชื่อ แซนน์ ...หลายคนสะกดชื่อเราไม่ค่อยจะถูกหรอกนะ " เขาบอกผม
 
                    เป็นอันว่า...หายสงสัยแล้วสินะครับ
 
                    แซนน์จบมาจากโรงเรียนวัดสุทธิวราราม  เขาเรียนห้องคิงมา ด้วยเหตุนี้ ความกดดัน การแข่งขันกันจึงมีสูงมาก  แซนน์จึงต้องพยายามท่องจำและทำความเข้าใจกับบทเรียนให้ได้มากที่สุด   และนั่นจึงทำให้เขากลายเป็นอัจฉริยะที่สามารถเป็น สารานุกรมปากเปล่า ได้ในทุกๆสถานการณ์
 
                    ตอนแรกที่เจอเขา ผมจำเขาแทบไม่ได้ เพราะเขาไปบวชมา หัวโล้น คิ้วโล้น ตาตี่ ใส่แว่น ตอนวันรายงานตัวนักศึกษากระมัง เขาเดินเข้ามาที่ใต้ต้นกร่าง ผมสังเกตดูสักพักจึงรู้ว่าเป็นเขา ...เขาเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดี และทักทายผม ผมก็ทักตอบ
 
                    " เฮ้ย หวัดดี ไปอยู่ไหนมาวะ " ผมถาม
 
                    " ก็อยู่แถวๆนี้แหละ รอเวลา ...คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ยวันนี้ " แซนน์ตอบผม พร้อมกับมองหาเพื่อนคนอื่นๆ ...ผมก็นั่งรอเวลา เผื่อเบสท์จะมาถึงแล้ว ...บังเอิญ สายตาผมมองไปเห็น ไอ้คนอ้วนๆผมหยิกสั้นๆ เดินกร่างอยู่ ท่าทางมันคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน...
 
                    นึกออกแล้ว ...ไอ้หมอนี่ มันเป็นหัวหน้ากองร้อยของอัสสัมชัญ สมุทรปราการ ที่เสียงมันกวนตีนๆ ผมจำมันได้ เรียน ร.ด. มาด้วยกัน
 
                     " เอ่อ ...นายมาจากอัสสัมใช่มั้ย " ผมถามไอ้อ้วนนั่น
 
                     " อะแฮ่มๆๆ " มันกระแอมนิดนึง เหมือนส้นตีนติดคอมัน " เออใช่ มาจากอัสสัม ทำไม???" เสียงและสีหน้ามันยังกะจะฆ่าผมให้ตาย
 
                     " เราจำนายได้ เรียนร.ด.มาด้วยกัน เรามาจากสตรี(สมุทรปราการ) "  ...ผมบอกมัน จริงๆหมั่นไส้มันมาก่อน
 
                     " เหรอ จากสตรีเหรอ เหอๆ " ...มันตอบผม แล้วก็เดินเข้ามา แล้วก็พล่ามอะไรไปเรื่อย ตอนนั้นผมไม่ได้ฟังมันหรอก  สายตาผมมองหาแต่เบสท์ ...แต่อยู่ดีๆผมก็ตะโกนขึ้นมาลอยๆว่า ..." พูดมาก หนวกหูเว้ย เดี๋ยวกู kill แม่งเลย"
 
                    " ทุกคนที่ยืนตรงนั้นเงียบไปสักพัก พร้อมกับหันมามองผม ทั้งผู้หญิงผู้ชาย กำลัง งง กับพฤติกรรมห่ามๆของผม ทันใดนั้น ทุกวงสนทนา เปลี่ยนเป็นเรื่องเกม DotA ยอดฮิต ทันที
 
                    เหมือนฟ้าส่งเขามาคู่กัน แซนน์กับไอ้อ้วนนั่น เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย ต่างฝ่ายต่างพูดเรื่องเกมนี่เหมือนกัน แล้วก็ ต่างคนต่างพูดซะด้วย ไม่มีใครยอมใคร ต่างคนต่างจะแสดงศักยภาพว่า ตนเองเหนือกว่า
 
                    เพื่อนปี 1 อีกคนที่อยู่ใกล้ๆผมเข้ามาทักทายผม หมอนี่ชื่อว่า มายด์ ท่าทางมันลุกลี้ลุกลนชอบกล แต่หน้าตามันก็น่ารักดี โอเคเลยสำหรับคนนี้ ...มายด์มาพร้อมกับ เด็กหนุ่มร่างกายสูงใหญ่อีกสองคน ไอ้คนผมยาวๆ ชื่อ หมูอ้วน ชื่อน่ารัก แต่ตัวใหญ่มาก ตอนแรกผมกลัวมันมาก ...อีกคนชื่อ ชิน ไอ้นี่พูดเหน่อ ผมฟังมันไม่ค่อยถนัดนัก แต่ก็คุยกันถูกคอ ...
 
                    จะถึงเวลาแล้ว เบสท์ก็ยังไม่มา ...แซนน์กับไอ้อ้วนนั่นก็ยังคุยกันไม่จบ มันคุยกันเสียงดังขึ้นๆ จนคนข้างๆหันมาเตือน แต่มันก็ไม่สนใจ ...มันคุยกันเหมือนจะฆ่ากัน
 
                     ผมรอนานแล้ว ...เริ่มเป็นห่วงเพื่อน ในใจก็คิด มันจะเป็นอะไรป่าววะ หยิบโทรศัพท์ ออกมาโทรหาเบสท์ ด้วยความเป็นห่วง ผมชะเง้อมองดูด้วย เผื่อเขาจะเดินมา ...ทันใดนั้น สายตัดไป เห็นเบสท์ยืนโบกไม้โบกมือเดินเข้ามางงๆ ผมก็พูดไปว่า "เบสท์มาแล้ว" ...
 
                     " เออ คนไหนวะเบสท์ เคยได้ยินชื่อ...อยากเห็นตัวจริง " มายด์ ดูตื่นเต้น
 
                     อยู่ดีๆแซนน์ก็หันมาถามผม ..." เออ เมื่อกี้ได้ยินพูดถึงเบสท์ เมื่อไหร่เบสท์จะมา จะถึงเวลาแล้วนะเนี่ย "   แซนน์เปลี่ยนเรื่องคุยอย่างฉับพลัน ผมตกใจเล็กน้อย อยู่ดีๆก็โพล่งขึ้นมาแล้วหันไปคุยกับไอ้อ้วนนั่นต่อ...แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าเบสท์มายืนอยู่ข้างหลังแล้ว
 
                     " อยู่ข้างหลังไง " ผมบอกแซนน์ แต่เขาไม่ได้ยิน ... ผมกับมายด์ก็ยืนคุยกับเบสท์สักพัก แซนน์ยังคงไม่รู้ตัวว่าใครยืนอยู่ข้างหลัง แถมยังขวางไม่ให้เบสท์เดินเข้ามาอีก ...สักพัก แซนน์หันมาถามผมอีก
 
                     " อีก 3 นาที เบสท์ยังไม่มาอีกเหรอ " ...........(ยังมึนอยู่)
 
                     " อยู่ข้างหลังน่ะ...หันไปดิ " ผมบอก เบสท์ก็สะกิดแซนน์ ...แต่แซนน์ก็ยังไม่รู้ ก็พูดอะไรไปเรื่อย
 
                     " เดี๋ยวก็มาไม่ทันหรอก จะเข้าไปข้างในกันแล้วนะเนี่ย "....
 
                     โดยไม่ทันได้นัดหมาย...ผมกับเพื่อนๆ ตะโกนขึ้นพร้อมกัน ..." อยู่ข้างหลังมึงไง!!! "
 
                      แซนน์ ตกใจเล็กน้อย พร้อมกับหันไปมองด้านหลัง ...เห็นเบสท์ยืนอยู่..." อ้าวเบสท์ สวัสดี มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...มาสายนะเรา " .....เขายิ้มแก้เขิน
 
....................................................................................................................
 เรื่องของอัจฉริยะคนนี้ยังไม่จบ...เพราะต้องไปก่อน ขี้เกียจเล่า เดี่ยวมาใหม่
 
 
 
 
 
 
 

แรกพบ

posted on 26 Apr 2011 20:18 by rockerstar555
                    ผมอยากเป็นนักโบราณคดี อยากทำงานโบราณคดีมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เนื่องจากคุณแม่ของผมปลูกฝังผมในเรื่องนี้เป็นอย่างดี   ในช่วงมัธยมปลายของผมจึงได้มีโอกาสไปเข้าค่ายกับคณะโบราณคดีถึง 2 ครั้ง เป็นความประทับใจมาจนบัดนี้ ทั้งค่าย และพี่ๆคณะโบราณคดี

                    แน่นอนว่า ที่ค่าย ผมจะได้พบกับเพื่อนที่จะต้องคบกันไปอีกยาวนาน...

            พวกเขาก็มีจุดหมายคล้ายๆกับผม เพียงแต่พวกเราคนใดคนหนึ่งรู้ในสิ่งที่อีกคนหนึ่งไม่รู้

                     พี่มืด...ผู้มาจากศรีสะเกษ เขาสนใจเรื่องประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ประวัติศาสตร์ศิลปะ ...เรื่องราวประวัติศาสตร์ เขาก็มีภูมิความรู้ไม่เลวทีเดียว

                    ตอนแรกที่ผมรู้จักกับเขา ผมเข้าใจว่า เขาเป็นผู้ชายที่ดูดุดัน บึกบึน ใบหน้าที่เข้มของเขา ทำให้ผมกลัวๆไม่น้อย แต่พอกาลเวลาผ่านไป ผมถึงรู้ว่า สิ่งที่ผมเห็นมันเป็นแค่เปลือก ...พี่มืดไม่ได้แมนอย่างที่ผมเห้น ความจริงเขาเป็น "อูฐ"

                    อูฐคืออะไร ทำไมต้องอูฐ....คำตอบก็คือ มันมาจากคำว่า "อูฐตัด"

                    สาวมิ้น...ผู้มีใจรักในเสียงดนตรีไทย บ้านของเธออยู่ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไรนัก แต่เราก็มารู้จักที่ค่ายของคณะโบราณคดี   ในช่วงแรกผมยังไม่ค่อยสนิทกับเธอเท่าไหร่ ....แต่เนื่องจากหลังการเข้าค่าย เธอกลายเป็นแฟนกับเพื่อนค่ายอีกคน ชื่อว่า ป่าน

                    ป่าน ...ผู้หลงใหลในดนตรีพื้นเมืองเหนือ และอาวุธโบราณ เขาอยากเข้าเอกเดียวกับผม แต่ในปีเดียวกันนั้น เขาไม่ประสบความสำเร็จ ต้องไปเรียนที่ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นครูพละแทน ด้วยความมุ่งมั่น เขาพยายามที่จะเสี่ยงดวงดูอีกครั้ง

                     ปู...สาวสวยที่ผมรู้จักอีกคนนึง เธออยู่เอกเดียวกับผมนี่แหละ ตอนแรกเธองดงามมาก ดูบอบบางผอมเพียว และชอบเลือดมากๆ เหมือนพวกซาดิสม์หรือมาโซคิสม์อะไรทำนองนั้น แต่ภายหลังที่เธอได้อยู่คณะนี้ เธอกลายเป็นหญิงแกร่งที่ดูห้าวเหมือนนางเอกในหนังของฉลอง ภักดีวิจิตร ทันที...   ปูเป็นคนที่เรียนเก่งมาก เธอมีภูมิความรู้แน่นปึ้ก

                    ...ถ้าเอาคนพวกนี้มาเทียบกับผม ผมกลายเป็นไอ้งั่งในบัดดล!!!...

                    ตอนที่ผมสอบเข้ามาได้นั้น บ้านแทบแตก เพราะตอนนั้นผมติดอักษรด้วย ทางบ้านเลยปลื้มอักษรมากกว่าโบราณ ...แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่มีใครขัดใจผม

                    วันที่สอบสัมภาษณ์ เป็นวันที่ผมตื่นเต้นสุดๆในชีวิต เป็นวันที่ผมก้าวผ่านความกลัวมาได้ทุกวันนี้ การได้พบกับเพื่อนที่จะต้องอยู่ด้วยกันไปตลอด มันเรื่มในวันนี้ต่างหาก ...ยิ่งตอนเข้าไปสัมภาษณ์ อาจารย์เป็นนักโบราณคดีตัวจริง พยายามยิงคำถามเพื่อต้อนให้ผมจนมุม ผมเองก็พยายามสุดๆ จนช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์ ผมน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

                  เพราะอะไรน่ะเหรอ??? ...อาจารย์ทั้งตัวใหญ่ สีหน้าดุดัน ถมึงทึง แถมยังมีคำถามประเภทจิตวิยาทำให้ผู้เข้าสอบที่ขวัญอ่อน ขวัญหนีดีฝ่อได้ทีเดียว...ผิดกับโต๊ะข้างๆ อาจารย์ที่ไว้หนวดท่าทางตลกๆคนนั้นดูเป็นมิตรมากกว่า ...

                   แต่ในที่สุดผมก็ผ่านมาได้ ...ไม่ใช่เพราะโชคชะตาฟ้าลิขิตอะไรหรอก...อาจารย์ตัวใหญ่ๆคนนั้นต่างหาก ที่เป็นคนลิขิต!!!

.........................................................................................................
                  หลังจากการสอบสัมภาษณ์ผ่านพ้นไป...ผมได้รู้จักได้พูดคุยกับเพื่อนอีกหลายๆคน ทั้ง แซนน์ เบสท์  และคนอื่นๆอีกมากมาย และเรื่องราวของพวกเขา คุณคงต้องติดตามในตอนต่อไปล่ะครับ ^^

edit @ 28 Apr 2011 11:35:05 by เจ้าพระยา

edit @ 28 Apr 2011 11:35:56 by เจ้าพระยา